18
May

ครีมกันแดดยี่ห้อไหนดี

ก่อนที่จะต้องออกไปเผชิญหน้ากับแสงแดดแรงๆ ในแต่ละวัน “ครีมกันแดด” ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะขาดไปเสียไม่ได้ ในการช่วยปกป้องผิวหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่รังสีจากแสงแดดทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น แค่ก้าวออกไปข้างนอกในตอนกลางวันเพียงไม่นาน ผิวของเราก็พร้อมที่จะถูกทำร้ายให้ไหม้เกรียม คล้ำเสีย หม่นหมอง แถมยังก่อให้เกิดโรคร้ายอย่างมะเร็งผิวหนังขึ้นมา โดยที่เราไม่ทันรู้ตัว

ครีมกันแดดยี่ห้อไหนดี

เมื่อพูดถึงการเลือกครีมกันแดด หลายๆ คนอาจจะคิดว่า ใช้ครีมยี่ห้อไหนก็ได้ ทาๆ ไปก่อนต้องออกไปเจอกับแสงแดดก็สามารถปกป้องผิวได้เหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ถ้าหากต้องการที่จะปกป้องผิวจริงๆการเลือกซื้อครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ถือเป็นเรื่องที่สำคัญและละเอียดอ่อนมากกว่าที่คิด

รังสียูวี UVA และ UVB คืออะไร เหมาะกับครีมกันแดดแบบไหน

รังสี UV คือ รังสีคลื่นความถี่สั้น ซึ่งมีพลังงานมากที่สุดในบรรดารังสีที่ส่องออกมาจากดวงอาทิตย์ มายังพื้นโลก โดยในรังสี UV จะมีการแบ่งออกเป็นรังสี UVA และ UVB อย่างไรก็ตามต้องระวังว่า ความไวของผิวหนังต่อรังสี UV ของผู้ชายมีมากกว่าผู้หญิง ดังนั้นอัตราความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังของผู้ชายจึงมากกว่า

รังสี UVA เป็นรังสีที่มีช่วงคลื่นยาว พลังงานต่ำ ส่งผลต่อคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้เซลล์ผิวเสียหาย กลายเป็นสีคล้ำแดง ซึ่งทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่น

ครีมกันแดดที่สามารถปกป้องผิวจากรังสี UVA
หากต้องการปกป้องผิวจากรังสี UVA ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด ควรเลือกโดยพิจารณาจากค่า PA และเครื่องหมาย + เป็นตัวบอกว่า ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดดังกล่าว สามารถปกป้องผิวจากรังสี UVA ได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งเมื่อต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งนานๆ ควรจะเลือกครีมกันแดดที่มีค่า PA++ ขึ้นไป

รังสี UVB เป็นรังสีที่มีช่วงคลื่นสั้น พลังงานสูง ทำให้ผิวหนังไหม้ บวมแดง คล้ำแดด เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า กระ ความแห้งกร้านของผิว และหากได้รับรังสีในระยะเวลานานอาจทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง

ครีมกันแดดที่สามารถปกป้องผิวจากรังสี UVB

หากต้องการปกป้องผิวจากรังสี UVB ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดด โดยพิจารณาจากค่า SPF หรือ Sun Protection Factor ซึ่งเป็นค่าที่ได้รับการรับรองเป็นมาตรฐานโดยยุโรป และอเมริกา โดยจะสามารถปกป้องรังสี UVB ได้มากหรือน้อย และนานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับตัวเลขหลังค่า SPF โดยเทียบกับผิวโดยปกติ ที่ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์กันแดด

ประเภทของครีมกันแดด

ในปัจจุบัน ครีมกันแดดมีอยู่ 3 ประเภท ดังต่อไปนี้

1. Chemical Sunscreen เป็นครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารเคมี ที่ทำหน้าที่ปกป้องผิวจากแสงแดด โดยทำการดูดรังสีแสงแดดเข้าไปไว้ใต้ผิว หลังจากโดดแดดสักพักสารเคมีจะเสื่อมสภาพ ทำให้จำเป็นต้องทาครีมกันแดดทุกๆ 2-3 ชั่วโมง

2. Physical Sunscreen เป็นครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารที่สะท้อนรังสร UVA และ UVB ออกไปผิวหนัง โดยสารกันแดดจะทำการเคลือบบนผิวหนังชั้นบน ทำให้มีการดูดซึมลงสู่ผิวน้อย

3. แบบผสม Chemical- Physical Sunscreen เป็นการเสริมข้อดี และลดข้อด้อยของครีมกันแดดทั้ง 2 ประเภทแรก พร้อมกับเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดร่วมกัน/span>

สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ เมื่อต้องเลือกซื้อครีมกันแดด

เอาล่ะ มาดูกันดีกว่า ว่าเมื่อต้องเลือกครีมกันแดด เราต้องพิจารณาในเรื่องอะไรกันบ้าง?

1. ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสีผิว เพราะความเข้มของสีผิว จะเป็นตัวช่วยป้องกันผิวจากแสงแดดในระดับหนึ่ง คนที่มีผิวขาวจะมีความไวต่อแสงมากกว่าคนที่มีสีเข้ม ดังนั้นควรเลือกผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดที่เหมาะสมกับตัวเอง

  • ผิวขาวแบบชาวยุโรป เป็นผิวที่มีความบางมาก ทำให้ผิวไหม้ง่ายมากหลังจากสัมผัสกับแสงแดด สำหรับคนที่มีผิวในลักษณะดังกล่าว ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ เช่น SPF 40-60
  • ผิวขาวอมชมพูแบบคนเอเชีย เป็นผิวที่มีความบอบบางมาก ทำให้ผิวไหม้ได้ไว ถ้าหากไม่ระวังผิวอาจเปลี่ยนเป็นสีแทนง่ายๆ ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ค่อนข้างสูง เช่น SPF 30-45
  • ผิวขาวเหลืองแบบคนเอเชีย ผิวลักษณะดังกล่าวบอบาง แต่ยังมีเมลานินอยู่บ้าง จึงยังสามารถทนต่อแสงแดดได้ดีกว่าผิว 2 ชนิด แรก ซึ่งควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ในระดับปานกลาง เช่น SPF 30
  • ผิวคล้ำ เป็นผิวที่มีเมลานินสูง จึงสามารถเลือกใช้ครีมกันแดดที่ค่า SPF ต่ำ เพียงแค่ SPF 15 ก็เพียงพอแล้ว

2. ครีมกันแดดที่ดีจะต้องสามารถปกป้องผิวได้จากทั้งรังสี UVA และ UVB ครีมกันแดดบางยี่ห้อ สารถปกป้องผิวได้จากรังสีเพียงชนิดเดียวเท่านั้น

3. เลือกครีมกันแดดให้เหมาะสมกับกิจกรรม ถ้าเป็นกิจกรรมที่ต้องออกกำลังกายกลางแจ้ง มีเหงื่อ หรือทำงานกลางแดด ต้องเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF ที่สูง และสามารถป้องกันน้ำได้ (Water Resistance) เพราะเวลาที่มีเหงื่อออก ครีมกันแดดจะไม่หลุดออก แต่ถ้าหากต้องว่ายน้ำ ให้เลือกครีมประเภททนน้ำ (Waterproof) และควรทาครีมซ้ำอีกครั้งหลังจากที่ว่ายน้ำเสร็จ

4. เลือกใช้ครีมกันแดดที่เหมาะกับสภาพผิว เนื่องจากสภาพผิวของคนเราไม่เหมือนกัน

  • คนที่มีผิวมัน ก็ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีลักษณะเป็นเจล หรือโลชั่น เพื่อไม่ให้ผิวหน้าเยิ้มระหว่างวัน
  • สำหรับคนผิวธรรมดา ควรเลือกใช้ครีมกันแดดครีมกันแดดในรูปแบบครีมได้ตามปกติ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิวและปกป้องแสงแดด
  • ผิวแห้ง ควรใช้ครีมกันแดดที่มีความเข้มข้นสูงสักหน่อย และเป็นประเภทเนื้อครีมเพื่อช่วยลดการสูญเสียน้ำใต้ผิวหนัง และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้นานขึ้น ควรมีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์
  • ผิวแพ้ง่ายหรือเป็นสิว ควรใช้ครีมกันแดดประเภทเจล หรือโลชั่น เพื่อให้ครีมสามารถซึมผ่านผิวได้โดยง่าย และไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ และไม่ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF ที่สูงมากจนเกินไป เพราะมีส่วนผสมของสารเคมีที่มาก ทำให้มีโอกาสที่แพ้มากตามไปด้วย
17
Jan

ไพบูลย์ วอน สนช. ชัดเจน โหวตคดีถอดถอนยิ่งลักษณ์


ไพบูลย์ นิติตะวัน

ไพบูลย์ วอน สนช. ชัดเจน โหวตคดีถอดถอนยิ่งลักษณ์  (ไอเอ็นเอ็น)

สปช. “ไพบูลย์” ชี้ 38 ส.ว. มีเอกสิทธิ์คุ้มครองคดีถอดถอน – หวัง สนช. ตัดสินเด็ดขาด ยุติธรรมตามหลักนิติธรรม ไม่งดออกเสียง

วันนี้ (17 มกราคม 2558) นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และ นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตรองประธานรัฐสภา เพิ่มเติมว่า โดยส่วนตัวตนมีความเห็นว่าการถอดถอนอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นคนละประเด็นกับกรณีที่ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องที่มาวุฒิสภา เนื่องจากตนคิดว่าเป็นการกระทำที่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง เเละเป็นการกระทำโดยชอบ เพราะมีการดำเนินการที่มีรัฐธรรมนูญ มาตรา 130 รองรับอยู่ เช่นเดียวกับเอกสิทธิ์คุ้มครอง มาตรา 18 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พุทธศักราช 2557

เเละในการตัดสินตามมติของ สนช. นั้น ตนอยากให้เป็นไปอย่างยุติธรรมตามหลักนิติธรรมเเละมีความเด็ดขาด ซึ่ง สนช. ควรมีความเห็นที่หนักเเน่น ไม่ควรมีการงดออกเสียงหรือการแสดงท่าทีที่ไม่เด็ดขาด เพื่อจะทำให้ผลการตัดสินของ สนช. นั้น มีความยุติธรรมเเละสามารถแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าวได้อย่างเเท้จริง ตลอดจนไม่ควรตัดสินทั้งสองคดีเเบบเหมารวมว่าหากมีการลงโทษ ก็ลงโทษทั้งหมด หรือหากจะไม่มีการลงโทษ ผู้ถูกร้องก็รอดพ้นจากคดีทั้งหมด เนื่องจากคดีการถอดถอน เเละชี้มูลความผิด 38 ส.ว. นั้น เป็นคนละคดีกันอย่างชัดเจน จึงควรมีการลงโทษเฉพาะผู้ที่กระทำความผิด ว่าใครทำความผิดประเด็นใด ก็ลงโทษตามข้อเท็จจริงในประเด็นนั้น ๆ เเละผู้ที่ทำตามกระบวนการขั้นตอนตามกฎหมายเเละมีเอกสิทธิ์คุ้มครองก็ควรได้รับความเป็นธรรม

16
Jan

Hello world!

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!