ปวดข้อเท้า ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดสำหรับการดื่มน้ำ

ปวดข้อเท้า ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดสำหรับการดื่มน้ำ คือ หลังตื่นนอนใหม่ๆ ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายมีโอกาสขาดน้ำมาตลอดช่วงการนอนหลับ ปวดข้อเท้า.

ปวดข้อเท้า

กระดูกอ่อนในข้อไม่มีเลือดไปเลี้ยงโดยตรง อาศัยการดูดซับออกซิเจน น้ำ และสารอาหารจากน้ำไขข้อ โดยกระบวนการ “บีบ-คลาย (squeeze off-and-on)” คล้ายๆ กับฟองน้ำล้างจานที่บีบน้ำ-ซับน้ำได้เวลามีแรงกด-ลดแรงกด

ปวดข้อเท้า การเคลื่อนไหวข้อต่ออย่างน้อยทุกๆ 1-2 ชั่วโมงตลอดวันมีส่วนช่วยป้องกันข้อต่อขาดอาหารได้ การนั่งนานๆ หรือยืนนานๆ ทำให้ข้อเสื่อมได้

กลไกที่เป็นไปได้คือ ข้อที่อยู่นิ่งจะขาดอาหารและออกซิเจนคล้ายๆ กับฟองน้ำที่ไม่ถูกบีบหรือคลาย ทำให้มีแต่น้ำเลี้ยงเก่า ไม่มีน้ำเลี้ยงใหม่ไปทดแทน

คนที่ปวดข้อแต่ละคนมักจะมีอาหาร “แสลง” ไม่เหมือนกัน… ปวดข้อเท้า

การสังเกตจะช่วยให้เลือกได้ว่า อาหารใดควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากอาหารบางอย่างอาจทำให้อาการปวดข้อแย่ลงไปได้นานจนถึง 36 ชั่วโมง

อาหารที่อาจทำให้อาการปวดข้อเป็นมากขึ้นได้แก่ ข้าวสาลี(พบในขนมปัง), ข้าวโพด, ข้าวราย (rye), น้ำตาลหรือของหวาน, กาเฟอีน, ยีสต์(พบในขนมปัง), มอลต์(พบในเครื่องดื่มบางชนิด เช่น โอวัลติน ไมโล ฯลฯ), ผลิตภัณฑ์นม, ส้ม, เสาวรส(เกรพฟรุต), เลมอน(มะนาวพันธุ์หนึ่ง), มะเขือเทศ

เนื้อที่อาจทำให้อาการปวดข้อเป็นมากขึ้นได้แก่ เบคอน เนื้อหมู เนื้อวัว และเนื้อแกะ

อาหารเหล่านี้ไม่ใช่จะเป็นอาหารแสลงสำหรับทุกคน ทว่า… เป็นกับบางคนเท่านั้น

ทางที่ดีคือ จดบันทึกว่า กินอาหารแล้วอาหารแย่ลง ทดลองซ้ำและบันทึกไว้หลายๆ ครั้ง อาหารแสลงส่วนใหญ่จะทำให้อาการแย่ลงจากการบันทึกอย่างน้อย 3 ครั้ง ปวดข้อเท้า.