รักษาสิวผด สิวผด จัดเป็นสิวประเภทหนึ่ง ที่พบบ่อยๆ

รักษาสิวผด สิวผด จัดเป็นสิวประเภทหนึ่ง ที่พบบ่อยๆ มีลักษณะคล้ายผดผื่นเล็กๆและแหลม โดยพบว่า มักจะดูเรียบหรือดีขึ้นในตอนเช้า และจะเห่อๆ ในตอนบ่ายๆผื่นอาจมีสีแดงและคันได้ หากล้างหน้าบ่อยขึ้น มักเป็นมากขึ้นและหากรักษาไม่ถูกต้องจะเป็นมากขึ้น บริเวณที่พบได้บ่อยๆ คือ บริเวณใบหน้าโดยเฉพาะ หน้าผากและขมับรักษาสิวผด.

%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%9c%e0%b8%94
รักษาสิวผด สาเหตุที่พบบ่อย คือ – จากความร้อน – แสงแดด ซึ่งเป็นตัวกระตุ้น เหมือนเป็นโรควัยต่อแสง ซึ่งขึ้นอยู่กับบุคคลคนด้วยไม่ได้เป็นกันทุกคน- การเช็ดถูหน้าบ่อยๆ หรือการเช็ดถูหน้าแรงๆ นวดหน้า ขัดหน้า ล้างหน้าบ่อย- แพ้เครื่องสำอางบางประเภท / อุปกรณ์แต่งหน้าที่ไม่สะอาด/ แพ้แชมพู ยาสระผม- บางครั้ง เชื่อว่าเชื้อรา P.OVALE มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
– แพ้น้ำประปารักษาสิวผด
– แพ้เหงื่อ
– การพักผ่อนไม่เพียงพอ
วิธีป้องกันสิวผดคือ
1. ลดการรบกวนต่อผิวหน้าให้น้อยที่สุด (MechanicalIrritation) เช่น การนวดหน้า,การขัดหน้า,หรือเช็ดถูหน้าบ่อยๆ
2. ล้างหน้าเฉพาะที่จำเป็น หรือบริเวณที่ผิวมัน เพราะการล้างหน้าบ่อยๆ จะทำให้สิวผด รุนแรงมากขึ้นได้ ควรล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า,หลีกเลี่ยงการใช้สบู่และไม่ควรใช้น้ำอุ่นล้างหน้า และควรล้างหน้าไม่เกิน 2-3ครั้งต่อวันรักษาสิวผด
3. หากเกิดจากการแพ้แชมพูยาสระผม ทุกครั้งที่สระผมจำเป็นต้องล้างน้ำหลายๆ ครั้งจนมั่นใจว่าไม่มีคราบแชมพูตกค้างอยู่
4. รับประทานผักและผลไม้ ที่มีกากใยและวิตามิน ช่วยระบบขับถ่าย หรือ ดื่มน้ำคลอโรฟิลด์
5. ลด หรือหลีกเลี่ยง การใช้ครีมหรือยาที่ทำให้ผิวหน้าระคายเคืองมากขึ้น(Chemical Irritation) เช่น การใช้ยารักษาสิวประเภท RetinoicAcid,Benzoyel Peroxide AHA,BHA เป็นต้น
6. ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดและใช้ครีมกันแดดทุกครั้งที่ต้องออกนอกบ้าน ควรเลือกกันแดดที่มี SPF>15-30 และมีค่า PA++ เป็นอย่างน้อย
7. ไม่ควรซื้อยามารักษาผื่นเอง เพราะมักทำให้เป็นมากขึ้นและยาที่หาซื้อได้จากร้านขายยา มักเป็น STEROID ซึ่งมีผลข้างเคียงมาก
8. ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังที่มีความชำนาญ เพื่อหาสาเหตุและพร้อมทั้งการแก้ไขและรักษาที่ถูกต้องต่อไปรักษาสิวผด.