ลดน้ําหนัก No.3 ทานอาหารให้ช้าลง

ลดน้ําหนัก เคี้ยวอาหารให้ละเอียด ทานอย่างช้าๆ จะช่วยลดการเกิดลมในกระเพาะได้ และจะช่วยให้กระเพาะอาหารสามารถย่อยอาหารให้ดีขึ้นด้วย นอกจากนั้นการทานอาหารทีละช้าๆ จะช่วยให้เราทานได้น้อยลงด้วย เพราะกระเพาะอาหารจะต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะรู้สึกอิ่ม ถ้าเรารีบทานไปตอนที่ยังหิวๆ บางครั้งเราก็อาจเผลอทานอาหารมากกว่าปริมาณที่เราต้องการจริงๆ ไปก็ได้ค่ะ ลดน้ําหนัก.

ลดน้ําหนัก

No.4 ลดละ(หรือเลิก)น้ำอัดลม

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นน้ำที่มีการอัดแก๊สเข้าไป จึงเป็นที่แน่นอนว่าทานเข้าไปแล้วคุณต้องได้ลมเพิ่มในทางเดินอาหารแน่นอน นอกจากนั้นน้ำอัดลมยังมีน้ำตาลในปริมาณสูงมากกกก ประมาณ 2 เท่าของปริมาณที่แนะนำต่อวัน ดังนั้นถ้าเราลดน้ำลมลงได้ นอกจากลดพุงลมแล้วก็ยังลดน้ำหนักได้จริงๆ อีกด้วยล่ะค่ะ

No.5 อย่าเคี้ยวหมากฝรั่งเยอะเกินไป

บางคนอาจชอบเคี้ยวหมากฝรั่งไว้ทดแทนความอยากทานขนม หรือช่วยเรื่องโรคกรดไหลย้อน เพียงแต่ถ้าคุณเคี้ยวมากเกินไปมันก็จะก่อให้เกิดลมในทางเดินอาหารได้ (ซึ่งมักเกี่ยวพันกับอาการอาหารไม่ย่อย) ดังนั้นใครที่เคี้ยวตลอดเวลาก็ควรหยุดพักบ้าง แล้วเปลี่ยนมาทานของคบเคี้ยวไขมัน + น้ำตาลต่ำ หรือของว่างจำพวกผลไม้แทน

No.6 ระวังอาหารประเภท “Sugar Free” ลดน้ําหนัก

ฉลากอาหารประเภท Sugar Free ส่วนมากจะหมายถึงการ “ปราศจากซูโครส” แต่ยังมีน้ำตาลแบบอื่นๆ อยู่ด้วย โดยเฉพาะน้ำตาลแอลกอฮอลล์ ที่อาจจะดูเหมือนไม่ทำให้คุณอ้วน แต่ความจริงแล้วถ้าคุณทานมากๆ ก็มีส่วนก่อให้เกิดพุงลมได้เช่นกันค่ะ นอกจากนั้น หากทานมากเกินกว่าปริมาณที่แนะนำต่อวัน ยังอาจก่อให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ ได้ด้วย

การทานผลิตภัณฑ์ Sugar Free หรือการใช้สารทดแทนความหวานแทนน้ำตาล ควรจำกัดอยู่แค่อาหารประเภทเครื่องดื่มเท่านั้น และไม่ควรทานเกิน 2-3 แก้วต่อวัน

No.7 ทานเกลือให้น้อยลง

อาหารรสเค็ม โดยเฉพาะอาหารที่ทำจากเกลือส่งเสริมให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารได้ง่าย และมีส่วนทำให้เกิดสิวด้วย จำกัดปริมาณไว้ที่ไม่เกิน 1,500 – 2,300 mg ต่อวันจะดีต่อหน้าท้อง และไตของเราอีกด้วยค่ะ ลดน้ําหนัก.