วิธีกินวิตามินซี การกินวิตามินซี ผลไม้ที่มีวิตามินซี

วิธีกินวิตามินซี การกินวิตามินซี ผลไม้ที่มีวิตามินซี ก่อนอื่นเราต้องรู้ว่าวิตามิน คืออะไร วิตามิน เป็นสารอาหารซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร่างกายในการที่จะทำให้ร่างกายสามารถทำงานได้ตามปกติและเกิดความสมดุลย์ของร่างกายวิธีกินวิตามินซี บทบาทของวิตามินนั้นเปรียบได้กับสารหล่อลื่นในเครื่องจักรกลตามตรรกวิทยา เครื่องจักรกลจะทำงานได้ดีหรือพลังงานที่ทำให้เครื่องจักรเดินได้ต้องอาศัยสารเหล่านี้เป็นสำคัญ ถ้าหากสารหล่อลื่นแห้งหรือขาดหายไปเครื่องจักรกลจะเดินติดขัดหยุดทำงานและเสียหายได้วิธีกินวิตามินซี.

วิธีกินวิตามินซี

วิธีกินวิตามินซี ในร่างกายมนุษย์นอกจากอาหารหลัก 3 หมู่ คือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรท และไขมันซึ่งเทียบได้กับโครงสร้าง และพลังงานของเครื่องจักรกล ส่วนวิตามินชนิดต่าง ๆ และแร่ธาตุ เช่น ฟอสฟอรัส แคลเซี่ยม โปแตสเซี่ยม เหล็ก และแมกนีเซี่ยมนั้นเปรียบได้กับสารหล่อลื่น เมื่อเรารวมวิตามินและเกลือแร่เข้าไปในอาหารหลัก 3 หมู่ ก็จะกลายเป็นอาหารหลัก 5 หมู่

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราขาดวิตามิน

วิตามินทั้งหมดกว่า 20 ชนิด เริ่มตั้งแต่วิตามิน เอ จนถึงอันล่าสุด วิตามิน ยู ซึ่งเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต ถ้าหากร่างกายขาดวิตามินอย่างใดอย่างหนึ่งก็จะเกิดอาการโรคขาดวิตามินชนิดนั้นปรากฏให้เห็นได้

ชนิดของวิตามินและอาการขาดวิตามิน

ตัวอย่างชนิดของวิตามินและอาการขาดวิตามินได้แสดงให้เห็นดังข้างล่างนี้ วิธีกินวิตามินซี รวมทั้งตัวอย่างชนิดของอาหารที่ประกอบด้วยวิตามินชนิดนั้นอย่างอุดมสมบูรณ์
วิตามิน เอ 12 – ตาบอดกลางคืน ( น้ำมันตับ, ไข่แดง, เนย, ฟักทอง, มะเขือเทศ )
วิตามิน บี 1 – โรคเหน็บชา ( รำข้าว, ถั่วเหลือง, ข้าวสาลี, น้ำนม )
วิตามิน บี 2 – โรคปากนกกระจอก, เด็กเจริญเติบโตช้า ( น้ำนม, ไข่แดง, ตับ, ผักโขม )
วิตามินดี – โรคกระดูกอ่อน ( น้ำมันตับ, ไข่แดง, น้ำนม เนย, เห็ดหอม )
วิตามิน บี 6 – โรคผิวหนังอักเสบ, ประสาทอักเสบทั่ว ๆ ไป ( รำข้าว, ยีสต์, มันฝรั่ง, ถั่ว, ตับ )
วิตามิน บี 12 – โรคโลหิตจางเพอร์นีเซียส ( ตับ, น้ำนม, ไข่ )
วิตามินซี – โรคลักกะปิดลักกะเปิด ( เลือดออกตามไรฟัน ) ( มะนาว, ส้ม ผักใบเขียว )

วิตามินต่าง ๆ เหล่านี้ไม่สามารถสังเคราะห์ในร่างกายของเราได้ ร่างกายต้องได้รับวิตามินเป็นประจำทุกวันในรูปอาหารหรือโภชนาการตามความจำเป็นที่ร่างกายต้องได้รับอยู่เสมอ

ประโยชน์ของวิตามินซี

โรคหวัดกับวิตามินซี โรคหวัด เป็นโรคที่รักษาหายยากโรคหนึ่งและโรคหวัดมักเป็นต้นเหตุที่จะนำไปสู่การเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงต่าง ๆ เช่น ปอดบวม และไม่มีวิธีใด ๆ ที่จะป้องกันมิให้เกิดโรคหวัด สาเหตุส่วนใหญ่ของโรคหวัด เกิดขากเชื้อไวรัส แต่เชื้อไวรัสนั้นมีมากมายหลายพันธุ์ เพราะฉะนั้นวัคซีนที่ได้จัดเตรียมขึ้นเพื่อต่อต้านเชื้อไวรัส 2 – 3 ชนิด จึงไม่สามารถจะใช้ป้องกันโรคหวัดที่เกิดจากเชื้อไวรัสทุกชนิดได้ “ยาบรรเทาอาการหวัด” ที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาดยาปัจจุบันก็เป็นเพียงยาลดใข้หรือแก้ปวด ซึ่งเกิดจากโรคหวัดไม่ใช่ยาที่ออกฤทธิ์รักษาโรคหวัดโดยตรง

วิตามินซี มีกลไกออกฤทธิ์ต่อโรคหวัดได้อย่างไรนั้นยากที่จะอธิบายให้เข้าใจได้ แต่ก็มีจุดสำคัญ ๆ พอที่จะนำมาสรุปได้ดังนี้

1. วิตามินซี ออกฤทธิ์โดยตรงต่อเชื้อไวรัสที่เป็นต้นเหตุของโรคหวัด เชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่และเชื้อไวรัสชนิดอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้ฤทธิ์ของเชื้อไวรัสเหล่านั้นอ่อนแอลง

2. วิตามินซี มีส่วนสัมพันธ์กับการสังเคราะห์โปรตีนชนิดหนึ่งของร่างกาย คือ คอลลาเจน ( ลักษณะคล้ายวัสดุซีเมนต์ ) ซึ่งมีปริมาณประมาณ 30 % ของปริมาณของโปรตีนทั้งหมดในร่างกายหน้าที่ของคอลลาเจน คือ สารคล้ายกาวที่ยึดเซลล์ไว้ด้วยกัน วิตามินซี นอกจากออกฤทธิ์โดยตรงต่อเชื้อไวรัสแล้ว ยังออกฤทธิ์บางส่วนในการเสริมความแข็งแรงโดยสารซีเมนต์นั้นต่อระบบชีวภาพของร่างกายด้วย ด้วยเหตุนี้อัตราการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสผ่านเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ จะถูกปิดกั้น และลดโอกาสการบุกทะลวงของเชื้อไวรัสเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ ได้ ด้วยผลดังกล่าวเมื่อเชื้อไวรัสผ่านเข้าสู่ระบบชีวภาพจึงถูกควบคุมให้อยู่กับที่โดยเฉพาะไม่เปิดโอกาสให้เชื้อไวรัสได้แผลงฤทธิ์ต่อไปได้ ส่วนทางด้านตัวผู้ป่าวยจะเกิดอาการหวัดเพียงเล็กน้อยหรือไม่เกิดอาการขึ้นเลย ถึงแม้อาการบางอย่างจะปรากฏขึ้นก็เกิดขึ้นอย่างเบาบางและปราบสิ้นไปซึ่งระยะเวลาอันสั้น ถ้าเชื้อไวรัสหวัดสามารถบุกทะลวงเข้าสู่ร่างกายได้ มันจะทำลายเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทำให้เกิดอาการปวดหัวหรือไข้ ท้องเสีย และปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อต่าง ๆ วิตามินซี ก็จะช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหายไปให้กลับดีดังเดิม ( ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสหวัด ) ได้ในระยะฟักพื้น

3. การบริโภควิตามินซี ในขนาดสูง ๆ จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งแก่กลไกป้องกันทางชีววิทยา สิ่งนี้เป็นสิ่งซึ่งเป็นกุญแจดอกสำคัญในการป้องการโรคสำหรับร่างกาย ถ้าหากเราสมมุตว่าเชื้อโรคเป็นเชื้อไวรัสและแบคทีเรียเป็นข้าศึกศัตรู อำนาจป้องกันร่วมกันเพื่อต่อสู้ข้าศึกศัตรูก็คือ กลไกป้องกันทางชีววิทยานั่นเอง และพลังอำนาจในการป้องกันนี้เพิ่มสูงขึ้นได้ ก็โดยการบริโภควิตามินซี เพราะฉะนั้นให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งได้บริโภควิตามินซี ในประมาณมาก ๆ กลไกในการป้องกันโรคจะเพิ่มมากขึ้้น

วิตามินซี ยังช่วยกระตุ้นการผลิตเม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกป้องกันทางชีววิทยาและกระตุ้นการผลิตแอนตี้บอดี้ ( ภูมิคุ้มกันโรค ) ด้วย ซึ่งได้มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ในสัตว์พบว่าวิตามินซี ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคอย่างแน่นอน

4. วิตามินซี ช่วยเพิ่มอัตราการผลิตสารอินเตอร์เฟอรอน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความต้านทานโรคของเซลล์ต่อเชื้อไวรัสมากขึ้น อินเตอร์เฟอรอนในปัจจุบันเป็นสารสำคัญยิ่งทางด้านการแพทย์ปัจจุบัน เพราะจะออกฤทธิ์โดยตรงต้านโรคมะเร็งและโรคไวรัสตับอักเสบ การผลิตอินเตอร์เฟอรอนนั้น จะเพิ่มประมาณขึ้นโดยฤทธิ์ของวิตามินซี เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เป็นการสนับสนุนอย่างกว้างขวางในการยอมรับที่ว่าวิตามินซี สามารถป้องกันโรคมะเร็งและโรคที่รักษาหายยากได้

อินเตอร์เฟอรอน หรือ “ปัจจัยในการกดกั้นการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส” สารนี้จะออกฤทธิ์ทำลายโรคติดเชื้อไวรัสได้ นอกจากนี้สารนี้ยังป้องกันการแพร่พันธุ์ ของเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราและริคเกตเซียอีกด้วย กลไกของสารนี้ในการทำลายเชื้อไวรัสไม่ได้กระทำโดยตรงต่อเชื้อไวรัสแต่ออกฤทธิ์ต่อเซลล์ที่ถูกรุกรานด้วยเชื้อไวรัส โดยจะหยุดยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสวิธีกินวิตามินซี.