ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ที่ถูกวิธีคือการลดที่มวลไขมันและรักษากล้ามเนื้อให้แข็งแรง

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ที่ถูกวิธีคือการลดที่มวลไขมันและรักษากล้ามเนื้อให้แข็งแรงแล้วสองอย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร

ไขมันในร่างกายเรานั้นมีลักษณะโครงสร้างคล้ายๆฟองน้ำคือมีขนาดใหญ่และน้ำหนักเบา และ กล้ามเนื้อจะมีโครงสร้างเป็นเส้นใยพันไปมาเหมือนเกลียวเชือกมีความหนาแน่นมากกว่า

จะเห็นว่าเมื่อนำสองสิ่งนี้มาเทียบกันในออกกำลังกายลดน้ำหนักที่เท่ากัน กล้ามเนื้อที่มีความหนาแน่นมากกว่าจะมีขนาดเล็กกว่าไขมันอยู่ประมาณ 1-1.5 เท่าตัว เมื่อเราลดน้ำหนักโดยสลายไขมันไปเป็นส่วนใหญ่ สิ่งที่คงเหลือไว้คือกล้ามเนื้อจึงทำให้ปริมาณของน้ำหนักตัวคงที่หรือลดลงน้อยมากในขณะที่รูปร่างมีขนาดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด “แล้วจะทราบอย่างไรว่าเป็นไขมันหรือกล้ามเนื้อ?” การชี้วัดปริมาณไขมันในร่างกายมีหลากหลายวิธีออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนักคาดคะเนด้วยสายตา ถือว่าง่ายสุด (แต่ต้องไม่เข้าข้างตัวเองนะ)
เครื่องชั่งแบบ Inbody ใช้วัดประมวนผลปริมาณไขมันและกล้ามเนื้อรวมถึงข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับสภาพร่างกายรวม ซึ่งง่ายและสะดวก เห็นเป็นตัวเลขชัดเจน แต่เครื่องชั่งลักษณะนี้จะมีตัวแปลหลายอย่างที่ทำให้ผลที่ได้รับคลาดเคลื่อนได้
วัดสัดส่วนแล้วคำนวนด้วยสูตรคำนวนหาปริมาณมวลไขมัน Body Fat Percentage Calculator ซึ่งเครื่องคำนวนเหล่านี้จะให้กรอกค่าสัดส่วนลงไป และคำนวนจากน้ำหนักส่วนสูง อายุ หักลบปริมาณกล้ามเนื้อ เพื่อให้ได้ปริมาณไขมันรวมในร่างกาย
Body Fat Caliper เป็นเครื่องมือวัดปริมาณไขมันที่นิยมใช้กันในหมู่นักเพาะกาย ใช้วัดตามจุดต่างๆ แล้วหาค่าเฉลี่ยปริมาณไขมันเป็นเปอร์เซนโดยเทียบจากตารางที่แยกตามอายุ
พัฒนาการที่มองไม่เห็น

การลดน้ำหนักด้วยการทานอาหารที่ถูกโภชนาการและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้เกิดการพัฒนาภายในร่างกาย ทั้งระบบเลือด ระบบทางเดินหายใจ การเต้นของหัวใจ และโดยเฉพาะบริเวณกล้ามเนื้อ

กล้ามเนื้อของคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะมีการสะสมพลังงานแหล่งที่มาจากอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต (ไกลโคเจน) มากขึ้น เพื่อเป็นแหล่งพลังงานที่ใช้ในการดำรงค์ชีวิตและการทำกิจกรรมต่างๆ โดยจะมากหรือน้อยขึ้นนั้นอยู่กับปริมาณกล้ามเนื้อและลักษณะการออกกำลังกาย ซึ่งเฉลี่ยแล้วร่างกายของคนที่ออกกำลังกายจะเก็บไกลโคเจนไว้ในกล้ามเนื้อประมาณ 300-400 กรัม เมื่อรวมกับปริมาณน้ำอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น 3-4 เท่าตัวหรือ ตัวเลขน้ำหนักจะดูมากกว่าความเป็นจริงประมาณ 1-2 กิโลกรัม เพราะน้ำและไกลโคเจนอาจทำให้กล้ามเนื้อดูฟูและโตขึ้นเล็กน้อยได้

ออกกำลังกายลดน้ำหนักในขณะที่ไขมันหนาๆจะบางลง แต่ไม่ใช่บอกแบบนี้ไปจะทำให้กลัวไม่กล้าออกกำลังกายกัน ข้อดีของการที่ร่างกายมีกล้ามเนื้อที่มากขึ้นคือจะทำให้เราเก็บสะสมพลังงานสำรองที่มาจากคาร์โบไฮเดรตได้มากขึ้น จึงทำให้ถึงแม้ว่าจะกินแล้วไม่ได้ออกกำลังกายเราจะยังควบคุมน้ำหนักได้ดี อ้วนยากขึ้น และการสะสมไกลโคเจนนี้จะไม่ทำให้เราดูอ้วนเหมือนการสะสมไขมัน จึงทำให้ดูรูปร่างดีขึ้น เฟิร์มขึ้นถึงแม้ตัวเลขน้ำหนักตัวไม่ลงมากอย่างที่ตั้งเป้าไว้ก็ตาม

ด้วยปัจจัยทั้งหลายเหล่านี้จึงแนะนำให้คนที่ลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย อย่างกังวลถึงผลที่ตัวเลขบนตราชั่งมากจนเกินไป แต่ให้ดูในเรื่องของสัดส่วนสภาพร่างกายมากกว่า และขอให้ทำต่อเนื่องอย่างเต็มที่ อย่าเพิ่งท้อและหยุดกลางครันไปเสียก่อน ถ้าไม่ล้มเลิกไปก็จะทำให้ผ่านช่วงน้ำหนักนิ่งไปได้ หรืออย่างน้อยคิดเสียว่า การออกกำลังกายนั้นร่างกายสดใสสดชื่น และสุขภาพแข็งแรง น้ำหนักไม่ขึ้นถือว่าเสมอตัวถ้าหากน้ำหนักลดถือว่าได้กำไร คิดอย่างนี้ก็ไม่เครียดแล้วออกกำลังกายลดน้ำหนัก.