แก้ท้องลาย ห้ามใช้กรดวิตามินเอทารอยแตกลายในหญิงตั้งครรภ์

แก้ท้องลาย คนอ้วน และคนที่ใช้สตีรอยด์ ทั้งในรูปยาทาและยากิน  อาจพบรอยแตกลายในโรคบางอย่างได้ เช่น กลุ่มอาการคุชชิ่ง (Cushing syndrome) ลักษณะของกลุ่มอาการคุชชิ่งที่พบคือ ใบหน้ากลมเหมือนดวงจันทร์ (moon facies) ใบหน้าแดง (facial plethora) มีก้อนไขมันเหนือไหปลาร้า (supraclavecular fat pads) คอเป็นหนอกเหมือนกระบือ (buffalo hump) ลำตัวอ้วน (truncal obesity) มีรอยแตกลายสีแดง-ม่วง น่าสังเกตว่ารอยแตกลายในผู้ป่วยกลุ่มอาการนี้จะมีสีม่วงหรือสีแดงคงอยู่ตลอด ไป ไม่เปลี่ยนเป็นสีขาวเหมือนในกรณีผิวแตกลายแบบอื่น ๆ แก้ท้องลาย.

แก้ท้องลาย
แก้ท้องลาย สาเหตุที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการคุชชิ่งที่พบบ่อยที่สุดคือ เกิดจากการใช้สารสตีรอยด์ต่อเนื่องมานาน (อาจมาจากการได้ยารักษาโรค เช่น ไต หอบหืด ฯลฯ) หรือพบบ่อยในเด็กที่บางครั้งพ่อแม่อาจซื้อยาลูกกลอนมาให้กิน โดยเข้าใจว่าเป็นแค่สมุนไพร เพราะหวังจะให้ลูกอ้วนท้วน พบเสมอว่าในยาลูกกลอนหลายตัวอย่างมีการเจือปนสารสตีรอยด์ ทำให้เด็กกินแล้วดูอ้วนท้วน ทั้งที่เป็นการอ้วนแบบบวมฉุ และตัวยาสตีรอยด์ยังมีผลเสียต่อร่างกายมากมาย ปกติรอยแตกลายไม่มีผลต่อสุขภาพร่างกาย จะมีแค่เรื่องความสวยความงาม แต่อาจพบว่าผิวที่มีรอยแตกลายมาก ๆ เมื่อผิวได้รับบาดเจ็บอาจเกิดแผล หรือฉีกขาดได้ง่ายกว่าปกติ ส่วนรอยแตกลายในวัยรุ่นอาจจางลงได้บ้างเมื่อเวลาผ่านไปนาน ๆ การรักษาและป้องกันรอยแตกลายมีหลายแบบ แต่อาจได้ผลบ้างแตกต่างกันไปในแต่ละราย โดยมีแนวทางดังนี้
1.หลีกเลี่ยง ไม่ให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดผิวแตกลาย คือวัยรุ่น และหญิงตั้งครรภ์2.การใช้ยาทารักษารอยแตกลายจะได้ผลเฉพาะรอยแตกลายที่เกิด ใหม่ คือยังคงมีสีแดงเท่านั้น 3.การใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นวิตามินซี กรดผลไม้ กรดวิตามินเอ อาจช่วยให้รอยแตกลายเกิดใหม่ที่ยังคงมีสีแดงจางลงได้บ้าง ห้ามใช้กรดวิตามินเอทารอยแตกลายในหญิงตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร เพราะมีอันตรายต่อทารกได้ 4.การลอกด้วยสารเคมี และการใช้เลเซอร์รักษารอยแตกลายได้ผลบางรายเท่านั้น พบรอยแตกลายที่ตำแหน่งใด และใครบ้าง  แก้ท้องลาย มัก พบรอยแตกลายที่ผิวหนังบริเวณตำแหน่งของร่างกายที่มีการยืดขยายอย่างต่อ เนื่องและมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น หน้าท้อง และเต้านมหญิงตั้งครรภ์ วัยรุ่นที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว พบบ่อยในวัยรุ่นหญิงที่มักโตเร็วมากในช่วงเข้าสู่วัยรุ่น และยิ่งพบบ่อยในรายที่ค่อนข้างอ้วน ตำแหน่งที่พบคือต้นขา สะโพก และเต้านม หรือวัยรุ่นชายที่เล่นกีฬาชนิดที่ต้องยืดบิดตัวมาก ๆ ผู้ที่เล่นกล้าม มักพบรอยแตกลายที่ไหล่ โดยมีโอกาสเกิดขึ้นสูงมากในผู้ที่ใช้สารอะนาบอลิกสตีรอยด์เร่งให้เกิดกล้าม และสารสตีรอยด์ยังทำให้เป็นสิวอีกด้วย มีรายงานว่า วัยรุ่นบางรายนิยมใช้สารอะนาบอลิกสตีรอยด์ สารตัวนี้รู้จักกันดีในนักกีฬาเพราะเป็นสารกระตุ้น เพื่อเพิ่มสมรรถภาพของร่างกาย นักกีฬาที่ถูกตรวจพบสารนี้จะถูกลงโทษ ปัจจุบันการใช้สารสตีรอยด์แพร่หลายไปสู่กลุ่มประชากรอื่น ๆ เช่น วัยรุ่นที่ต้องการจะสร้างกล้ามเนื้อลดไขมัน และเพิ่มศักยภาพในการเล่นกีฬาเพศชาย การใช้สารอะนาบอลิกสตีรอยด์ทำให้ร่างกายหยุดการเจริญเติบโต และยังทำลายหัวใจ ไต และตับ อาจทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เพศหญิง อาจทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีเสียงทุ้มขึ้น และมีหน้าอกเล็กลง อะนาบอลิกสตีรอยด์ยังทำให้ผู้ใช้มีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวมากขึ้น และเมื่อหยุดใช้จะเกิดความรู้สึกซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ความต้องการทางเพศลดลง แก้ท้องลาย.