6
Nov

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ที่ถูกวิธีคือการลดที่มวลไขมันและรักษากล้ามเนื้อให้แข็งแรง

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ที่ถูกวิธีคือการลดที่มวลไขมันและรักษากล้ามเนื้อให้แข็งแรงแล้วสองอย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร

ไขมันในร่างกายเรานั้นมีลักษณะโครงสร้างคล้ายๆฟองน้ำคือมีขนาดใหญ่และน้ำหนักเบา และ กล้ามเนื้อจะมีโครงสร้างเป็นเส้นใยพันไปมาเหมือนเกลียวเชือกมีความหนาแน่นมากกว่า

จะเห็นว่าเมื่อนำสองสิ่งนี้มาเทียบกันในออกกำลังกายลดน้ำหนักที่เท่ากัน กล้ามเนื้อที่มีความหนาแน่นมากกว่าจะมีขนาดเล็กกว่าไขมันอยู่ประมาณ 1-1.5 เท่าตัว เมื่อเราลดน้ำหนักโดยสลายไขมันไปเป็นส่วนใหญ่ สิ่งที่คงเหลือไว้คือกล้ามเนื้อจึงทำให้ปริมาณของน้ำหนักตัวคงที่หรือลดลงน้อยมากในขณะที่รูปร่างมีขนาดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด “แล้วจะทราบอย่างไรว่าเป็นไขมันหรือกล้ามเนื้อ?” การชี้วัดปริมาณไขมันในร่างกายมีหลากหลายวิธีออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนักคาดคะเนด้วยสายตา ถือว่าง่ายสุด (แต่ต้องไม่เข้าข้างตัวเองนะ)
เครื่องชั่งแบบ Inbody ใช้วัดประมวนผลปริมาณไขมันและกล้ามเนื้อรวมถึงข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับสภาพร่างกายรวม ซึ่งง่ายและสะดวก เห็นเป็นตัวเลขชัดเจน แต่เครื่องชั่งลักษณะนี้จะมีตัวแปลหลายอย่างที่ทำให้ผลที่ได้รับคลาดเคลื่อนได้
วัดสัดส่วนแล้วคำนวนด้วยสูตรคำนวนหาปริมาณมวลไขมัน Body Fat Percentage Calculator ซึ่งเครื่องคำนวนเหล่านี้จะให้กรอกค่าสัดส่วนลงไป และคำนวนจากน้ำหนักส่วนสูง อายุ หักลบปริมาณกล้ามเนื้อ เพื่อให้ได้ปริมาณไขมันรวมในร่างกาย
Body Fat Caliper เป็นเครื่องมือวัดปริมาณไขมันที่นิยมใช้กันในหมู่นักเพาะกาย ใช้วัดตามจุดต่างๆ แล้วหาค่าเฉลี่ยปริมาณไขมันเป็นเปอร์เซนโดยเทียบจากตารางที่แยกตามอายุ
พัฒนาการที่มองไม่เห็น

การลดน้ำหนักด้วยการทานอาหารที่ถูกโภชนาการและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้เกิดการพัฒนาภายในร่างกาย ทั้งระบบเลือด ระบบทางเดินหายใจ การเต้นของหัวใจ และโดยเฉพาะบริเวณกล้ามเนื้อ

กล้ามเนื้อของคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะมีการสะสมพลังงานแหล่งที่มาจากอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต (ไกลโคเจน) มากขึ้น เพื่อเป็นแหล่งพลังงานที่ใช้ในการดำรงค์ชีวิตและการทำกิจกรรมต่างๆ โดยจะมากหรือน้อยขึ้นนั้นอยู่กับปริมาณกล้ามเนื้อและลักษณะการออกกำลังกาย ซึ่งเฉลี่ยแล้วร่างกายของคนที่ออกกำลังกายจะเก็บไกลโคเจนไว้ในกล้ามเนื้อประมาณ 300-400 กรัม เมื่อรวมกับปริมาณน้ำอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น 3-4 เท่าตัวหรือ ตัวเลขน้ำหนักจะดูมากกว่าความเป็นจริงประมาณ 1-2 กิโลกรัม เพราะน้ำและไกลโคเจนอาจทำให้กล้ามเนื้อดูฟูและโตขึ้นเล็กน้อยได้

ออกกำลังกายลดน้ำหนักในขณะที่ไขมันหนาๆจะบางลง แต่ไม่ใช่บอกแบบนี้ไปจะทำให้กลัวไม่กล้าออกกำลังกายกัน ข้อดีของการที่ร่างกายมีกล้ามเนื้อที่มากขึ้นคือจะทำให้เราเก็บสะสมพลังงานสำรองที่มาจากคาร์โบไฮเดรตได้มากขึ้น จึงทำให้ถึงแม้ว่าจะกินแล้วไม่ได้ออกกำลังกายเราจะยังควบคุมน้ำหนักได้ดี อ้วนยากขึ้น และการสะสมไกลโคเจนนี้จะไม่ทำให้เราดูอ้วนเหมือนการสะสมไขมัน จึงทำให้ดูรูปร่างดีขึ้น เฟิร์มขึ้นถึงแม้ตัวเลขน้ำหนักตัวไม่ลงมากอย่างที่ตั้งเป้าไว้ก็ตาม

ด้วยปัจจัยทั้งหลายเหล่านี้จึงแนะนำให้คนที่ลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย อย่างกังวลถึงผลที่ตัวเลขบนตราชั่งมากจนเกินไป แต่ให้ดูในเรื่องของสัดส่วนสภาพร่างกายมากกว่า และขอให้ทำต่อเนื่องอย่างเต็มที่ อย่าเพิ่งท้อและหยุดกลางครันไปเสียก่อน ถ้าไม่ล้มเลิกไปก็จะทำให้ผ่านช่วงน้ำหนักนิ่งไปได้ หรืออย่างน้อยคิดเสียว่า การออกกำลังกายนั้นร่างกายสดใสสดชื่น และสุขภาพแข็งแรง น้ำหนักไม่ขึ้นถือว่าเสมอตัวถ้าหากน้ำหนักลดถือว่าได้กำไร คิดอย่างนี้ก็ไม่เครียดแล้วออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

5
Nov

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ในส่วนของการออกกำลังกายนั้นจะช่วยให้การควบคุมน้ำหนักได้ผลเร็วขึ้น

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ในส่วนของการออกกำลังกายนั้นจะช่วยให้การควบคุมน้ำหนักได้ผลเร็วขึ้น ถ้าใช้ควบคู่กับการจำกัดอาหาร แต่ถ้าใช้วิธีออกกำลังกายอย่างเดียวจะต้องฝึกอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างหนัก (ประมาณร้อยละ 70 ของความสามารถในการฝึกของท่าน) หรือที่เรียกว่าวิธีการออกกำลังกายลดน้ำหนักอย่างแอโรบิค (ฝึกนานอย่างน้อย 30-45 นาทีติดต่อกัน หัวใจเต้นประมาณ 120-130 ครั้งต่อนาที) ซึ่งต้องทำเป็นประจำทุกวัน, วันเว้นวัน หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน ทำให้บางคนหมดความอดทนที่จะออกกำลังกาย หรือมีข้อแก้ตัวนานาประการ เช่น ไม่มีเวลา, ไม่มีสถานที่, ไม่มีอุปกรณ์ ออกกำลังกายลดน้ำหนัก .

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก หลักการออกกำลังกายของคนอ้วนมีดังนี้

1. ถ้าใช้วิธีออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญแคลอรี่ให้ได้ผลจะต้องฝึกให้ใช้พลังงานวันละ 500 แคลอรี่ (เช่น วิ่งเหยาะติดต่อกัน 30-45 นาที , เต้นแอโรบิคแดนซ์ 45 นาที, เล่นฟุตบอล 60 นาที, ว่ายน้ำ 30 นาที) จะสามารถลดน้ำหนักได้สัปดาห์ละประมาณ ครึ่งกิโลกรัม

2. ถ้าใช้วิธีออกกำลังกายควบคู่กับการจำกัดอาหารควรฝึกออกกำลังกายที่ใช้พลังงานวันละ 250 แคลอรี่ (วิ่งเหยาะประมาณ 15 นาที , แอโรบิคแดนซ์ 25-30 นาที, ว่ายน้ำ 12-15 นาที, เดินเร็ว 45 นาที) และตัดพลังงานออกจากอาหารวันละ 250 แคลอรี่

3. การออกกำลังกายควรใช้กล้ามเนื้อชิ้นใหญ่ ได้แก่ บริเวณลำตัว, แขน, ขา และหลัง

4. ออกกำลังกายลดน้ำหนักที่จะเผาผลาญไขมันได้แท้จริงต้องออกกำลังกายเป็นเวลา 2 ชั่วโมงขึ้นไป เช่น วิ่งมาราธอน ดังนั้นการออกกำลังกายใด ๆ ที่อ้างว่าละลายไขมันจึงเป็นไปไม่ได้ เพราะไขมันจะถูกเผาผลาญต้องเป็นไปตามกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเคมีภายในร่างกาย การใช้เครื่องปั่นตะโพก,สายรัดหน้าท้อง, แผ่นยางร้อนวางไว้ที่หน้าท้อง การบริหารกายเฉพาะส่วน เช่น ลุก-นั่ง (ซิต-อัพ) จึงไม่มีผลในการเผาผลาญไขมัน ซึ่งถ้าจะใช้วิธีการออกกำลังกายในลักษณะนี้คนอ้วนทั่วไปจะทำไม่ได้ เนื่องจากต้องใช้ความพยายามสูง และอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอันเป็นผลมาจากความไม่เคยชินกับสภาพการฝึกหนักเช่นนี้

5. ควรปรับวิถีชีวิตให้เป็นคนคล่องแคล่วว่องไว เดินแทนการใช้รถยนต์หรือลิฟต์ โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหารควรได้เดินยืดเส้นยืดสายเพื่อช่วยสร้างนิสัยให้เป็นคนคล่องตัว, กระฉับกระเฉง

6. การออกกำลังสำหรับคนอ้วนต้องระวังการกระแทกหรือการกระโดด ซึ่งจะทำให้ข้อเข่าอักเสบเพราะทานแรงกดของน้ำหนักตัวที่กดลงมาตรงข้อเข่าไม่ได้ กระโดดเชือกจึงไม่เหมาะสำหรับคนอ้วน

7. การออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับคนอ้วนที่เริ่มต้นออกกำลังกายลดน้ำหนักหรือจะใช้ตลอดไปก็คือ การเดินทุกวัน วันละ 30 นาทีติดต่อกัน เดินในลักษณะเดินเร็ว แกว่งแขนให้สลับกับเท้าที่ก้าวเดิน สาวเท้ายาว เหวี่ยงแขนสูง จะเดินช่วงเช้าหรือเย็นก็ได้ ถ้าเป็นเวลาเดียวกันทุกวันจะสร้างนิสัยความเคยชินให้กับร่างกายได้ดีกว่าการเดินตามสะดวกใจ และควรบรรจุการเดินเร็ววันละ 30 นาที ให้เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของชีวิต ฝึกให้ได้ทุกวันจนทำเป็นอัตโนมัติ โดยอาจเปิดเพลงประกอบ ฟังวิทยุชนิดที่เสียบหูฟังได้ (ซาวน์อเบาด์) เดินในสวนสาธารณะ เดินชายทะเล หรือเดินในบรรยากาศที่เอื้ออำนวยให้เดินอย่างสุขใจ

8. ถ้าเป็นการเล่นกีฬาควรอบอุ่นร่างกายก่อนเล่น 5 นาที ฝึก 20-25 นาที และผ่อนคลายอีก 5 นาที เช่นว่ายน้ำ แบดมินตัน เทเบิลเทนนิส เทนนิส สค็อช ฝึกให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง การเล่นกอล์ฟสัปดาห์ละ 1 ครั้งไม่ได้ผลดีต่อการลดน้ำหนัก เพราะขาดความต่อเนื่องในเรื่องความสม่ำเสมอของเวลา

9. การเลือกกิจกรรมการออกกำลังกายถ้าเลือกได้หลากหลายวิธี วิธีที่ง่าย วิธีที่สะดวก ทำแล้วใจสบาย ฝึกแล้วได้ผลดีมีความก้าวหน้า ทำตามความถนัดและความสนใจจะเกิดแรงจูงใจให้ฝึกด้วยความสนุกสนานพึงพอใจและทำให้ฝึกได้ต่อเนื่อง ไม่เลิกหรือถอนตัวกลางคันเพราะเซ็งหรือเบื่อหน่ายไปเสียก่อน

10. สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคนอ้วนก่อนเข้าโปรแกรมออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา ควรพบแพทย์ตรวจสุขภาพเพื่อทราบข้อจำกัดของตัวเอง จะได้ป้องกันและฝึกด้วยความปลอดภัย ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.